Input your search keywords and press Enter.

รมว.แรงงาน เตือนลูกจ้าง ม.33 ที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา รีบผูก PromptPay กับบัตรประชาชน หลังพบโอนไม่สำเร็จกว่า 3 หมื่นราย

วานนี้ (21 สิงหาคม) สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าผลการจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิดใน 29 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดว่า ภาพรวมผลการโอนเงินเยียวยาจนถึงวันที่ 20 สิงหาคม มีการจ่ายเงินเยียวยาไป 2 รายการ ดังนี้ 

รายการแรก เป็นการจ่ายเยียวยาให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ใน 16 จังหวัด จำนวน 249,235 ราย ปรากฏว่า โอนสำเร็จ 217,817 ราย คิดเป็นร้อยละ 87 และโอนไม่สำเร็จจำนวน 31,418 ราย คิดเป็นร้อยละ 13 ที่โอนสำเร็จคิดเป็นเงิน 544,542,500 บาท 

ส่วนรายการที่สอง เป็นการจ่ายเยียวยาให้แก่นายจ้างใน 13 จังหวัด จำนวน 16,621 ราย ปรากฏว่า โอนสำเร็จ 16,364 ราย คิดเป็นร้อยละ 98.4 และโอนไม่สำเร็จจำนวน 257 คน คิดเป็นร้อยละ 1.6 ที่โอนสำเร็จคิดเป็นเงิน 694,446,000 บาท ซึ่งเงินในส่วนนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกันตนและนายจ้างไปได้ในระดับหนึ่ง รวมทั้งช่วยลดภาระค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวันจากผลกระทบจากการประกาศล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด

สุชาติกล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับเงิน สำนักงานประกันสังคมจะส่งเลขประจำตัวประชาชนไปให้นายจ้าง เพื่อให้นายจ้างแจ้งให้ลูกจ้างที่เงินยังไม่เข้าดำเนินการผูก PromptPay กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนให้เรียบร้อย เพื่อที่สำนักงานประกันสังคมจะได้โอนเงินให้ทุกวันศุกร์ต่อไป

“การโอนเงินเยียวยาแก่ผู้ประกันตนและนายจ้างตามมาตรการของรัฐบาลในครั้งนี้ ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ภาคแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิดตามเจตนารมณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้เห็นความยากลำบากและมีความห่วงใยพี่น้องแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด และรัฐบาลที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อให้ทุกคน ทุกกลุ่ม เดินหน้าต่อไปได้ และก้าวข้ามสถานการณ์โควิดในครั้งนี้ไปด้วยกัน” สุชาติกล่าว

ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เปิดให้นายจ้างและผู้ประกันตนทุกมาตรา ทั้ง มาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ sso.go.th หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มาของข่าว: เว็บไซต์ The Standard

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น